วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หัวใจสำคัญของขนมบัวลอย

    

หัวใจสำคัญคือ ส่วนผสม


สำหรับแป้งทำบัวลอย มีขายแบบสำเร็จรูป และลงมือทำเอง ซึ่งรสชาติไม่เหมือนกัน ถ้าทำเองจะอร่อย และหอมกว่า ส่วนผสมหลัก ประกอบไปด้วย แป้งข้าวเหนียว ตราดอกไม้ไทย แป้งเท้ายายม่อม แป้งมัน ผลมันเทศสุก เผือกสุก น้ำกะทิ น้ำอุ่น นำมานวด ใช้ได้ทั้งนวดมือ และเครื่อง ถ้าต้องการตัวแป้งที่มีสีสัน สามารถเติมสีผสมอาหาร ที่ได้จากผัก หรือผลไม้ตามธรรมชาติ 

"ขนมบัวลอยในสมัยก่อน ไม่ได้มีสีสันมากมายเฉกเช่นปัจจุบัน มีเพียงสีขาว และสีแดง ที่ใช้ในพิธีมงคล แต่ทุกวันนี้ ความต้องการผู้บริโภคมากขึ้น จึงมีแป้งสีสันต่างๆ ออกมา อาทิ สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีม่วง สีส้ม สีฟ้า ซึ่งสีแดง ได้จากหัวบีทรูท หรือดอกกระเจี๊ยบแห้ง สีเหลือง ใช้ฟักทองสุก สีเขียว จากใบเตย สีม่วง ใช้ดอกอัญชัน สีส้ม ได้จากแคร์รอต หรือชาไทย สีฟ้า ได้จากดอกอัญชัน เป็นต้น"
นอกจากแป้งจะเป็นส่วนประกอบสำคัญของขนม หัวใจความอร่อยอีกอย่างคือ น้ำกะทิ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้มะพร้าวกะทิมาคั้นเพื่อให้ได้กะทิที่สดใหม่ แต่ถ้าแพงเกินไป หรือหาซื้อไม่ได้ สามารถใช้กะทิพาสเจอไรซ์ แบบกล่อง ยี่ห้ออร่อยดี แทนได้ เนื่องจากมีกลิ่นหอมแบบธรรมชาติ และเวลาทำขายไม่ควรปรุงรสชาติหวานจัด เพราะปัจจุบันคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น "มะพร้าวกะทิ หาซื้อยาก และราคาแพง เนื่องจากมะพร้าวทุกสายพันธุ์ เวลาติดผลใน 1
 ทะลาย จะมีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิร่วมอยู่ด้วยเพียง 1-3 ผลเท่านั้น ลักษณะเนื้อนิ่ม ฟู ให้น้ำกะทิมากกว่ามะพร้าวทั่วไป ราคาลูกละ 100-120 บาท" 

ทราบเคล็ดลับความอร่อยของขนมบัวลอยแล้ว ลำดับถัดมาถึงอุปกรณ์การทำ เป็นเครื่องครัวที่ทุกบ้านมีอยู่แล้ว อาทิ เตาแก๊ส หรือเตาถ่าน กระบวย กะละมัง เว้นแต่กระทะทองเหลือง ที่ต้องใช้ "ขนมบัวลอยวัตถุดิบมีไม่มาก และปรุงไม่ยาก สามารถใช้อุปกรณ์ทำครัวได้หมด เว้นแต่กระทะที่ใช้ต้ม ต้องใช้กระทะทองเหลืองเท่านั้น เพราะถ้าต้มในหม้ออะลูมิเนียม น้ำจะขุ่นไม่ใส สีไม่สวย ราคาจำหน่ายตามขนาดมีตั้งแต่ใบละ 1,000 บาทขึ้นไป" 
นอกจากขนมบัวลอย จะทำง่าย ลงทุนต่ำ ขายได้กำไรดีแล้ว ข้อได้เปรียบอีกอย่างคือ วัตถุดิบหาซื้อได้ง่าย ส่วนผสมทุกอย่างสามารถซื้อได้ที่ตลาดสด ร้านขายของชำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าทั่วไป
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น